การดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการเคมีบำบัด

ผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการเคมีบำบัด จะต้องได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น หรือลดผลข้างเคียงให้เหลือน้อยที่สุด และเป็นผลดีต่อการรักษา

คุณสุวรรณี สิริเลิศตระกูล พยาบาลชำนาญการพิเศษและผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง (APN) สังกัดฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า เคมีบำบัดเป็นวิธีหนึ่งในการรักษาโรคมะเร็ง โดยใช้ยาต้านมะเร็งเพื่อทำลายหรือควบคุมเซลล์มะเร็งให้มีขนาดเล็กลง พร้อมทั้งควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งไม่ให้โตขึ้นและยับยั้งการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ จุดประสงค์ของการทำเคมีบำบัดขึ้นอยู่กับระยะของโรค สามารถหวังผลให้หายขาดได้ในมะเร็งบางชนิดที่อยู่ในระยะเริ่มต้น เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งลำไส้ เป็นต้น

วิธีการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการเคมีบำบัด ก่อนอื่นทั้งตัวผู้ป่วยเองและผู้ดูแลจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นหลังการทำเคมีบำบัด เพื่อทำการเฝ้าระวังและจัดการให้ถูกต้องเหมาะสม เช่น อาการคลื่นไส้อาเจียน ที่ผู้ป่วยจะต้องเข้าใจก่อนว่าสามารถเกิดขึ้นได้และเกิดเพียงชั่วคราวเท่านั้น หลังการรักษาหรือเลิกรับประทานยาที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว ผลข้างเคียงเหล่านั้นก็จะหายไปเอง หากเป็นมากสามารถไปรับยาแก้อาการคลื่นไส้จากแพทย์ได้อีกด้วย

วิธีการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการเคมีบำบัด

– ทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

– ผู้ป่วยควรเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น และมีกำลังใจเสมอ

– รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

– รับประทานอาหารสุกสะอาดเสมอ

-เมื่อมีไข้ต้องรีบพบแพทย์ ไม่ควรรับประทานยาลดไข้เอง

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงของการทำเคมีบำบัด

ผลข้างเคียงที่เกิดจากเคมีบำบัดนั้นเกิดจากการที่ตัวยาไปทำลายเซลล์มะเร็ง ทำให้มีผลกับเซลล์ปกติด้วย โดยเซลล์ปกติมีด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดแบ่งตัวเร็ว และชนิดที่ไม่ได้แบ่งตัวเร็ว โดยเซลล์ที่ได้รับผลกระทบจะเป็นเซลล์ชนิดแบ่งตัวเร็ว เช่น เซลล์รากผม เซลล์เม็ดเลือด เซลล์เยื่อบุในช่องทางเดินอาหารตั้งแต่ปากถึงทวารหนัก

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจะเกิดเพียงชั่วคราวและฟื้นตัวได้เร็ว เมื่อหยุดการรักษาร่างกายก็จะกลับมาเป็นปกติ เช่น ผมที่เคยร่วงก็จะกลับมาขึ้นเป็นปกตินั่นเอง โดยผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นนั้นยังขึ้นอยู่กับชนิดของยา พบว่ายาบางตัวในการทำเคมีบำบัดก็ไม่ได้ทำให้ผมร่วง โดยส่วนมากยาที่ทำให้ผมร่วง คือ ยารักษามะเร็งเต้านม

ผลข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัดที่พบบ่อย

-คลื่นไส้และอาเจียน

-ผมร่วง

-อาการเจ็บปากหรือเจ็บคอ

-ท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืด

-ไม่อยากอาหาร

-น้ำหนักลด

ในช่วงที่มีการทำเคมีบำบัด ตัวยาจะกดการสร้างเม็ดเลือด ทำให้เม็ดเลือดลดน้อยลง ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำลง และติดเชื้อได้ง่ายขึ้น โดยภาวะติดเชื้อของผู้ป่วยเมื่อได้รับยาเคมีบำบัดจะเกิดช่วง 1-2 สัปดาห์หลังเข้ารับการรักษา ผู้ดูแลและตัวผู้ป่วยเองต้องระมัดระวังในเรื่องของอาหารการกินเป็นพิเศษ ต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และอาหารต้องสุกสะอาด หากมีไข้ต้องรีบพบแพทย์ ไม่ควรรับประทานยาลดไข้เอง ทั้งนี้อาการดังกล่าวจะมีผลต่อเซลล์เยื่อบุทางเดินอาหารทั้งหมด ทำให้มีอาการเจ็บปาก ร้อนใน ท้องเสีย จำนวนเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดต่ำ อาจทำให้เกิดภาวะซีดในคนไข้บางราย

อาการที่ควรระวังหลังการให้เคมีบำบัด

– บริเวณแขนข้างที่ได้รับยาเคมีบำบัด มีอาการบวม แดง แสบ หรือดำคล้ำ

– มีแผลหรือมีเชื้อราในช่องปากและลำคอ

– มีอาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรง ร่วมกับมีอาการท้องเสีย

– ปัสสาวะมีเลือดปน เจ็บเวลาปัสสาวะ

– มีอาการหน้ามืด ใจสั่น แน่นหน้าอก เหนื่อยหอบ ปวดศีรษะอย่างรุนแรงและสูญเสียการทรงตัว

– ซึมลง ชัก หรือมีอาการเกร็งผิดปกติ

– มีไข้สูงมากกว่าหรือเท่ากับ 38 องศาเซลเซียส

– มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องผูกหรือท้องเดินอย่างรุนแรง

– น้ำหนักลดหรือเพิ่มอย่างรวดเร็ว

– เลือดออกง่ายหรือไหลไม่หยุด อาจมีจุดเลือดบริเวณผิวหนังหรือมีผื่นขึ้นตามตัว