ควันบุหรี่มือสองทำให้เด็กอ้วน-ไม่ฉลาด

นักวิทยาศาสตร์พบว่า การรับเอาควันบุหรี่มือสองเข้าไปมาก ๆ มีความเกี่ยวข้องกับการมีรอบเอวที่ใหญ่ขึ้นและมีระดับของการรับรู้เรียนรู้ที่ลดลง

“สิ่งที่อยากจะฝากสำหรับเด็กกลุ่มนี้คือ การรับควันบุหรี่มือสองเข้าไปนั้นจะทำให้สุขภาพแย่ลงได้ และเด็กทุกคนที่รับควันบุหรี่เข้าไปก็ยังมีระดับของระบบการรับรู้ที่ต่ำลงด้วย” ดร.คาเธอร์รีน เดวิส นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยออกุสตา สหรัฐอเมริกาเผย

ในงานวิจัยครั้งนี้ นักวิจัยได้ศึกษาเด็กที่อ้วนจำนวน 220 คนซึ่งในกลุ่มนี้มีเด็กที่รับควันบุหรี่เข้าไปปริมาณมากอยู่ เด็กกลุ่มนี้อายุระหว่าง 7-11 ปี นักวิจัยพบว่า ปริมาณควันบุหรี่ที่วัดเข้าไปสามารถเป็นตัวชี้วัดภาวะเนื้อเยื่อไขมันมากของเด็กได้เลย ทำให้เด็กบวมขึ้นและมีไขมันมากขึ้น

เปอร์เซ็นต์ของไขมันในร่างกายของเด็กที่รับควันบุหรี่เข้าไปถือว่าสูงกว่าเพื่อนร่วมรุ่นที่อ้วนเหมือนกัน ซึ่งจะทำให้เด็กมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ โรคอ้วน และโรคอื่นๆ ตามมาอีกได้ ก่อนหน้านี้เคยมีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการมีน้ำหนักเกินกับระบบการรับรู้ที่ด้อยลงไป และการศึกษาครั้งนี้ก็ได้พบว่า ควันบุหรี่ก็มีผลกระทบกับระดับของการรับรู้และสติปัญญาได้โดยตัดเอาปัจจัยเรื่องความอ้วนและสถานะทางสังคมออกไปแล้ว

“ความอ้วนว่าแย่แล้ว การรับควันบุหรี่มือสองนั้นแย่ยิ่งกว่าอีก” ดร.มาร์ธา ทิงเกน นักวิจัยในโครงการเผย

“และเด็กที่รับความบุหรี่มือสองก็ทำแบบทดสอบสติปัญญาได้คะแนนน้อยลง เรากำลังจะบอกว่า เด็กที่สุขภาพไม่ดี อาจจะโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่สุขภาพไม่ดี และไม่เคยไปได้สุดศักยภาพที่มีได้เลย”

ดร.ทิงเกน ยังชี้ด้วยว่า ปกติแล้วเด็กไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องรับควันเข้ามาเพราะพ่อแม่นั้นเป็นคนสูบ ทำให้เด็กมีสุขภาพที่ไม่ดี ส่งผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจในระยะยาว

ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยได้รวบรวมเอาข้อมูลการสูบบุหรี่ของพ่อแม่ และปริมาณที่เด็กรับเข้าไป ตลอดจนได้ข้อมูลของระดับโคตินีนในเลือดของเด็ก ที่เป็นผลมาจากนิโคตินในบุหรี่ เพื่อวัดระดับของปริมาณควันบุหรี่มือสองที่รับมา นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้เก็บข้อมูลของการออกกำลังกาย ซึ่งจะมีผลต่อความอ้วน การนอนหลับ และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานของเด็กมาอีกด้วย

นักวิจัยได้พบว่า การรับควันบุหรี่มือสองเข้าไปนั้นไม่ได้ทำให้ระบบการหายใจมีปัญหามากขึ้นเท่าไหร่ เช่น การกรนและการหยุดหายใจขณะหลับ และพบว่าการรับความบุหรี่ก็ไม่ได้เกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะอ้วน ต่อต้านฮอร์โมนอินซูลิน และไม่เกี่ยวกับไขมันที่แทรกซึมตามอวัยวะต่าง ๆ ขึ้น โดยไขมันที่เกาะนี้จะทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคระบบทางเดินโลหิตอุดตัน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจได้

แต่นักวิจัยได้พบว่า รอบเอวของเด็กที่รับควันบุหรี่เข้าไปมากนั้นเสี่ยงที่จะเพิ่มขึ้น และอาจจะมีปัญหาสุขภาพตามมาได้

การค้นพบครั้งนี้ชี้ว่า ในช่วงอายุน้อย ๆ การรับควันบุหรี่เข้าไปนั้นมีผลกับไขมันของร่างกายมากกว่าจะไปทำให้ระบบเมตาบอลิซึมในร่างกายผิดปกติไป จึงไม่ได้ทำให้เกิดโรคเบาหวานในตอนเด็ก แต่เมื่อโตมา ไขมันที่สะสมมากขึ้นจะไปทำให้เกิดโรคเบาหวานเอง

ก่อนหน้านี้ ได้มีการค้นพบว่า ผู้ใหญ่ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองเข้าไปนั้นอาจจะเป็นโรคเบาหวานประเภทสองได้ และยังมีการค้นพบว่า ระดับโคตินีนในร่างกายนั้นก็มีความเกี่ยวข้องกับระบบการรับรู้และสติปัญญาและการนอนหลับที่ลดลงด้วย

“หากคุณหายใจเอาควันบุหรี่มือสองเข้าไป ก็แย่พอ ๆ กับสูบบุหรี่เองเลย” ดร.ทิงเกนเผย โดยชี้ว่า ควันบุหรี่มือสองนั้นมีผลกระทบในทันที ทำให้คลอเรสเตอรอลส่วนที่ดี และไลโปโปรตีน(lipoprotein) ที่มีความหนาแน่นสูงหรือ HDL ในร่างกายลดลง และทำให้ไลโปโปรตีนที่มีความหนาแน่นต่ำหรือ LDL ในร่างกายเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคมากขึ้น///วิชาการดอทคอม